บทความ » Kapi Inspirer #7 ครูพิเศษ

Kapi Inspirer #7 ครูพิเศษ

29 พฤษภาคม 2020
68   0

ครูพิเศษ
.
วันอังคารที่อากาศกำลังแสนสบาย….
ลมร้อนเริ่มมาเยือน ….
.
เรามาเป็นครูพิเศษสอนที่ Group Home แห่งหนึ่งที่เมือง Victorville ในรัฐแคลิฟอเนีย การเป็นครูไมเคยอยู่ในอาชีพในฝัน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะพาเราเดินทางมาเส้นทางอาชีพนี้อย่างไม่คาดคิด
.
วันนี้เราให้นักเรียนทำโจทย์คณิตศาสตร์ หนึ่งในนักเรียนมีปัญหาในการหาคำตอบ ทันใดนั้นมีนักเรียนอีกคนที่สามารถเอาตัวรอดจากคณิตศาสตร์ได้ดี อาสาจะช่วยสอนให้
.
เราเลยจับให้ทั้งสองคนมาสอนกันเอง ซึ่งมันได้ผล ทั้งสองคนสอนกันอย่างเป็นมิตร ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นการสอนให้พวกเขารู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย
.
ระหว่างการสอนมันทำให้เราตกตะกอนความคิดได้อย่างหนึ่งคือ การเป็นครูที่ดีสำหรับเราคือ การเปิดกวา้งให้ผูเ้รียนได้ออกแบบห้องเรียนของพวกเขาเอง
.
“การเป็นครู” คือ การทำให้ผู้เรียนพึ่งพาตัวเองได้ในชีวิตจริง ยิ่งพวกเขามีความคิดสร้างสรรค์สามารถแก้ป้ัญหา
และหาทางออกด้วยตัวเองได้ดีเท่าไร ถือว่าการเป็นครูของเราสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น
.
แต่ความแตกต่างระหว่างการสอนนักเรียนธรรมดาและนักเรียนพิเศษ อาจจะมีกลยุทธ์ในการสอนที่แตกต่างกัน (ใช่แล้ว เรากำลังสอนเด็กพิเศษ) และเรากำลังทำ ความรู้จักกับเด็กพิเศษเหล่านี้อยู่
.
เราหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อมาปรับการสอนในชั้นเรียนของเรามากขึ้น เพราะเด็กพิเศษต้องการ “การดูแล” และ”ความเข้าใจ” มากกว่าเด็กปกติ
.
จึงได้ทำความเข้าใจในเรื่อง Behavior มากขึ้นว่ามันคือ การเข้าใจรากของพฤติกรรมนั้น ๆ และนํามาแก้ป้ัญหาให้ถูกจุด
.
ตัวอย่างเช่น หากเราเข้าใจว่าทำไมเด็กคนนี้มีนิสัยอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ เราจำเป็นที่ต้องศึกษาไปถึงครอบครัวของเด็กคนนั้นว่า พ่อ แม่ เลี้ยงเขามาแบบไหน หล่อหลอมกันมาอย่างไร ถึงทำให้เด็กคนนี้มีพฤติกรรมเช่นนี้
.
หากเราเข้าใจเรื่องพื้นฐานแล้ว เราจะมีการตอบสนองกับเด็กคนนี้เปลี่ยนไป
.
“ความเข้าใจ” คือ เราต้องเข้าใจเงื่อนไขของเด็กพิเศษแต่ละคน เมื่อเราเข้าใจแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เช่น บางคนมีปัญหาเรื่องการได้ยิน
.
บางคนมีปัญหาเรื่องการเดิน เพราะเคยนั่งรถ wheelchair มาก่อน แน่นอนว่าการสอนคงต้องแตกต่างกันตามทักษะและเงื่อนไขของแต่ละคน
.
“การดูแล” คือ เพราะแต่ละคนมีความพิเศษหรือความบกพร่องทางร่างกายและสมองที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้น การดูแลย่อมปรับไปตามบุคคลนั้น ๆ
.
เมื่อเราเรียนรู้ว่าแต่ละคนมีความพิเศษอย่างไร ที่ไฮไลท์ความพิเศษก็เพราะว่าเด็กเหล่านี้ก็มีการรับรู้ที่ไวมาก เช่น พวกเขาจะรับรู้ถึงอารมณ์ของเราได้ในทันทีเมื่อเรามีการโกรธ โมโห หรือไม่พอใจ
.
เพราะฉะนั้น การจัดการอารมณ์ของเราให้positive อยู่เสมอจะช่วยให้การดูแลพวกเขาก็จะเป็นแค่เรื่องง่าย ๆนิดเดียว
.
โลกจะน่าอยู่ขึ้นแค่ไหนกันนะ ถ้าพวกเราเข้าใจธรรมชาติของกันและกัน อารมณ์โกรธ ความรุนแรงต่าง ๆ คงลดลงไปเยอะเลยล่ะ
.
กะปิ 

🙂

กด like กด share กด see first ได้จ้า ❤

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ได้ที่

Child’s ThainewsKapi Inspirer

ผลงานอื่น ๆ ของกะปิ

http://childsthainews.com/?s=กะปิ