บทความ » สร้างโอกาสจาก Portfolio เมื่อกระดาษเปิดโอกาสให้เรา แชร์ประสบการณ์ TCAS 2562 รอบที่ 1 Portfolio เข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สร้างโอกาสจาก Portfolio เมื่อกระดาษเปิดโอกาสให้เรา แชร์ประสบการณ์ TCAS 2562 รอบที่ 1 Portfolio เข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

3 กรกฎาคม 2019
551   0

เรื่องโดย นายธีรุตม์ สดายุรัช ทีมข่าวชายด์ไทยนิวส์ เครือข่ายโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย


                กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว สำหรับช่วงการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2563 ผ่านระบบ TCAS


                เมื่อถึงฤดูกาลเปิดรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย หรือ TCAS รอบแรก เพื่อให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ไม่พลาดโอกาสแรก และเตรียมตัวสมัครเรียนกันได้อย่างเต็มที่ Child’s Thainews ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562 นี้ ผมได้พูดคุยกับ     พี่ดีดี นายพินิฐ โรจน์รัตน์ศิริกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาจากรั้วมงฟอร์ตไปหมาด ๆ และติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในรอบแรกด้วย Portfolio ซึ่งผมเองก็ต้องเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2563 ด้วยเหมือนกัน พี่ดีดีบอกกับผมอย่างน่าสนใจเลยครับ ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างไรในการยื่นสมัคร TCAS รอบแรกด้วย Portfolio ผมจึงอยากจะให้พี่ดีดีได้เล่าสู่ทุกคนที่อ่าน Child’s Thainews ด้วย


                “เมื่อกระดาษเปิดโอกาสให้เรา ผลงานใน Portfolio โอกาสแรกของเราที่จะยื่นเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เราจึงต้องทำออกมาให้ดีที่สุด” พี่ดีดีย้ำกับผมตลอดในระหว่างที่พูดคุย


                อันดับแรกพี่ดีดีบอกเลยว่า ไม่มีการสอบ ยื่นแฟ้มสะสมผลงาน Portfolio ไม่เกิน 10 หน้า โดยเน้นผู้ที่มีความสามารถพิเศษ และไปสัมภาษณ์ก็ติดได้เลย ซึ่งเราควรติดตามประกาศจากมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียนประมาณในช่วงเดือนตุลาคม จะมีการประกาศเรื่องเอกสารเพิ่มเติมในการสมัคร เกณฑ์และจำนวนที่จะรับในรอบนี้ และบางมหาวิทยาลัยมีการขอเอกสาร/ข้อมูลเพิ่มในวันสัมภาษณ์ด้วย


                มาเข้าเรื่องพี่ดีดีกันเลยดีกว่าครับ จะได้เป็นตัวอย่างของคนที่ติดในรอบแรกด้วย Portfolio ว่าเขาทำกันอย่างไร พี่ดีดีจะเล่าให้ฟังครับ

                หลายคนที่รักในศิลปะ มีความตั้งใจอยากเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พี่เชื่อว่าใครที่อยากจะเรียนคณะนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่มีหัวใจรักชื่นชอบในศิลปะ การวาดรูป และการออกแบบทั้งนั้น พี่เป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มต้นมาจากแข่งขันวาดภาพประกวดตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชอบการวาดรูป และศิลปะทุกแขนงเป็นทุนเดิม

               
                ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พี่ก็เริ่มคิดว่า ผมอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยคณะอะไร แน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับการเรียนศิลปะ แต่ด้วยตัวพี่เองเรียนดีในระดับหนึ่ง จึงอยากจะเลือกเข้าศึกษาคณะทางสายวิทยาศาสตร์ที่มีหลากหลายทางเลือก


                สถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานเทคนิคและวิทยาการต่าง ๆ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน  พี่จึงเริ่มต้นทำความรู้จักกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และใช้เวลาในช่วงชีวิต ม.ปลาย พอสมควรกับ TCAS 2562 รอบที่ 1 ก่อนการประกาศผลสอบ เมื่อมีเป้าหมายว่าจะศึกษาคณะนี้ พี่ก็ไปหาที่เรียนติว สถาปัตย์และการออกแบบ เป็นช่วงที่พี่ได้ลงลึกในวิชาการออกแบบ ทำให้พี่ได้เรียนรู้ว่า ทุกสิ่งมีจุดประสงค์ของตัวมันเอง พี่เริ่มชื่นชอบและนำทักษะการออกแบบมาประยุกต์ใช้ในการประกวด เพื่อพัฒนาฝีมือพร้อม ๆ กับสร้างโอกาสเก็บสะสมผลงานใน Portfolio ที่นักเรียนทุกคนต้องทำ


                ปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่มีรอบ Portfolio แต่นับเป็นโอกาสอันดีของพี่ ในปีการศึกษา 2562 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รอบที่ 1 เปิดรอบ Portfolio แต่ก็รับน้อยมากเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น เมื่อกระดาษเปิดโอกาสให้เรา ผลงานใน Portfolio โอกาสแรกของพี่ที่จะยื่นเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย พี่จึงต้องทำออกมาให้ดีที่สุด โดยแสดงศักยภาพทางด้านการออกแบบและศิลปะ ใครที่ใช้เวลาในการทำผลงานเยอะและมีการวางแผนกับทักษะที่ดีจะได้เปรียบมาก ยิ่งช่วงเทอม 2 มีวันหยุดเยอะ หากมีเวลาว่างพี่ก็ต้องลงมือทำผลงาน


                พอยื่น Portfolio แล้วผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ คัดจาก 10 คนเหลือจริงๆ แค่ 5 คน พี่ต้องฝึกซ้อมพูดกับตัวเองในกระจก ทั้งการแนะนำตัวกับคำถามสัมภาษณ์พื้นฐานที่จะต้องเจอ เรื่องเซอร์ไพรส์ในการสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้คือ มีการสอบสัมภาษณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยที่ผู้เข้าสอบไม่มีใครรู้เลย แต่สุดท้ายพี่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี  


                Portfolio เน้นทำงานตามเกณฑ์ที่ทางคณะฯ กำหนดให้ออกมาดีที่สุด งานไหนที่เรามองผ่าน ๆ แล้วว่าดี งานนั้นจะโดนใจคณะกรรมการ งานไหนที่ทำละเอียด งานนั้นกรรมการจะเห็นความตั้งใจ ถ้าอยากจะโชว์ไอเดีย แนวคิด ก็ทำออกมาให้ชัดเจน ส่วนกิจกรรมและผลงานมีความสำคัญด้วยเช่นกัน ดังนั้นก็ควรเก็บตั้งแต่เนิ่น ๆ นะครับ


                สำหรับสอบสัมภาษณ์ไม่ควรเครียดหรือท่อง เพราะกรรมการห้องสอบภาษาไทยจะมีคำถามเฉพาะสำหรับสอบ ควรมีไหวพริบในการตอบ ส่วนการสอบภาษาอังกฤษดูทักษะว่าเราพอพูด ฟัง รู้เรื่องหรือไม่ และควรให้ความเคารพสุภาพกับคณะกรรมการด้วยครับ


                สำหรับน้อง ๆ ที่อยากหาผลงานการประกวดมานำเสนอใน Portfolio แต่ยังไม่มีประสบการณ์จากการแข่งขันทั้งแบบวาดสดหรือวาดส่ง ลองสอบถามครูที่ที่เรียนพิเศษ หรือหาในเว็บไซด์ถึงเรื่องการประกวดวาดภาพ พี่แนะนำให้ลองแข่งขันวาดภาพชิมลางไปเรื่อย ๆ ดูก่อน การแข่งครั้งแรก ๆ จะทำให้เราพบปัญหาของตัวเรา ไม่ว่าจะมีใครให้คำปรึกษาหรือไม่ ยิ่งเราแข่งขันด้วยความอยากชนะมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพัฒนาได้เร็ว ยิ่งแข่งเยอะแล้วเราก็จะยิ่งรู้ว่าบางทีการตัดสินแพ้ชนะ เป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนเกินไป


                การแข่งประกวดวาดภาพนั้น ทักษะการวาดภาพไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญเพียงอย่างเดียว การออกแบบภาพให้สื่อถึงบางสิ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องสำคัญ น้องๆอาจจะเข้ารอบแรกด้วยทักษะการวาดแต่อาจไม่ชนะ เพราะการสื่อความหมายของเราไปไม่ถึงกรรมการตัดสิน  บางทีอาจพูดได้ว่า การประกวดนั้นก็เป็นเรื่องของอารมณ์ และผลการประกวดอาจแตกต่างกันออกไปตามจุดประสงค์ของการประกวด


                หลาย ๆ คนที่เริ่มต้นด้วยการวาดรูปแล้วได้รับคำชมเชย พอรู้สึกดีจึงวาดรูปเรื่อยมา จนกลายเป็นทักษะ จึงพูดได้ว่าบรรยากาศรอบตัว ครอบครัว เพื่อนฝูงก็เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการเดินทางสายนี้ ยิ่งเราเข้าถึงการเรียนด้วยทำให้เรารู้ว่า การเรียนวิชาการทำให้เรารู้มากขึ้นถึงความเป็นจริงของโลก ส่วนการเรียนศิลปะนั้นเป็นการทำให้เรารู้จักกับตัวตน ความเป็นมนุษย์ของเรา


                หากถามถึงคุณสมบัติที่ควรมีของผู้เข้าศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  น้อง ๆ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และทักษะในด้านทัศนศิลป์ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความรู้ทางคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มาประกอบกันด้วย เพราะวิชาการออกแบบส่วนใหญ่เป็นวิชาประยุกต์ น้อง ๆ ที่สนใจจะสอบเข้าศึกษาต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็ต้องผ่านการสอบวิชาความถนัดด้านการออกแบบ จึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนได้


                เมื่อเรียนจบสามารถทำงานเป็นสถาปนิก  นักออกแบบอิสระ  นักออกแบบโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์  นักออกแบบตกแต่งภายใน  นักออกแบบและอนุรักษ์ภูมิสถาปัตยกรรม  รับราชการ  อาจารย์  วงการบันเทิง  ฟรีแลนซ์ ฯลฯ


                 สำหรับน้อง ๆ ที่เตรียมตัวยื่นรอบ Portfolio หรือกำลังจะเตรียม Portfolio ยิ่งเราเริ่มลงมือทำเร็วเท่าไหร่ยิ่งเหลือเวลาทำมากเท่านั้น ผลงานใน Portfolio เราใช้เวลาทำนานเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าคู่แข่งของเราก็มีเวลาทำด้วยเช่นกัน 


                พี่เชื่อว่ามีน้อยคนเท่านั้นที่มีประสบการณ์เคยโดนคนที่อ่อนกว่าแซง เพราะฉะนั้นควรวางแผนให้ดี แล้วให้เวลากับ Portfolio ของเราเยอะ ๆ นะครับ และจำไว้ด้วยว่า Portfolio เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น ทั้งหมดเป็นการเตรียมการเพื่อการคัดเลือก สำหรับคนที่มั่นใจว่าจะติด หรือติดแล้วอยากให้เตรียมตัวสำหรับรั้วมหาวิทยาลัยด้วยนะครับ.


ผลงานเพิ่มเติม