บทความ » ศฝ.นศท.มทบ.33 จัดพิธีไหว้ครู สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม

ศฝ.นศท.มทบ.33 จัดพิธีไหว้ครู สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม

25 สิงหาคม 2019
818   0

เรื่องโดย นายธีรุตม์ สดายุรัช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทีมข่าวชายด์ไทยนิวส์ เครือข่ายโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 จัดพิธีไหว้ครู และเปิดการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2562 เพื่อสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม แสดงความกตัญญูกตเวทีของศิษย์ที่มีต่อครูอาจารย์ที่คนไทยจะต้องดำรงรักษาไว้ พร้อมนักศึกษาวิชาทหารได้ร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานพิธีไหว้ครู และเปิดการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2562 โอกาสนี้นักศึกษาวิชาทหารได้บริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 โดยในปีการศึกษา 2562 นี้ มีนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 5 ทั้งชายและหญิง จากสถานศึกษาวิชาทหารในความรับผิดชอบเข้าร่วมพิธีฯ

พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้ให้โอวาทในพิธีดังกล่าวว่า “พิธีไหว้ครูเป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งของคนไทยที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน เป็นพิธีที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของศิษย์ที่มีต่อครูอาจารย์ ที่คนไทยจะต้องดำรงรักษาไว้ ครูฝึกและผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร คือผู้ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ทางทหาร เพื่อหล่อหลอมให้นักศึกษาวิชาทหารได้มีความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ตลอดจนให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต การแสดงออกถึงความรักความเคารพ ความกตัญญูกตเวที ตามคำกล่าวในพิธีไว้ครูนั้น ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย ได้นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติอย่างจริงจัง ผลของการปฏิบัติที่ดีเหล่านั้นจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ความสำเร็จของพวกเราทุกคน และขอแสดงความยินดี ขอต้อนรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 ทุกนาย ที่สามารถผ่านการคัดเลือกเข้ามารับการศึกษาได้ในปีการศึกษานี้ พร้อมกันนั้น ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกชั้นปีที่ได้เข้าร่วมประกอบพิธีอันมีเกียรติในวันนี้ ได้ตั้งใจรับการฝึกอย่างจริงจังทุกขั้นตอน และประพฤติตนอยู่ในกรอบของระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด

นโยบายการฝึกนักศึกษาวิชาทหารของกองทัพบก คือการผลิตกำลังสำรองที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นคนดีและเป็นพลเมืองดีของประเทศ สำหรับในปีการศึกษา 2562 นี้ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีดำริให้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเนื้อหาหลักสูตร มีการเพิ่มเติมวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต โดยมีเป้าหมายต้องการให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนาย นอกจากที่จะได้รับการศึกษาวิชาทหารแล้ว ยังจะต้องได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของชาติไทย การธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ ตลอดจนการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์และบรรพบุรุษไทยในอดีต ที่ได้เสียสละพลีชีพปกปักรักษาประเทศชาติบ้านเมือง ให้รอดพ้นจากการรุกรานของข้าศึก จนอยู่มาเป็นประเทศไทยทุกวันนี้ นอกจากนั้น ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติย่อมเป็นเกราะป้องกันประเทศชาติให้พ้นจากการถูกรุกรานจากอริราชศัตรู จึงอยากให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนายได้เล็งเห็นถึงสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว เพื่อที่นักศึกษาวิชาทหารจะได้มีความรู้สึกรักและหวงแหนประเทศชาติ มีความภูมิใจในความเป็นชาติไทย รู้จักการเสียสละเพื่อส่วนรวม ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมคำสอนของศาสนาตลอดจนเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่ตลอดไป

                นอกจากการปรับปรุงเนื้อหาในด้านการเรียนการสอนที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ผู้บัญชาการทหารบกยังได้มีการเน้นย้ำให้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์ของนักศึกษาวิชาทหารให้มีความสมาร์ทเพิ่มมากขึ้น การแต่งกายต้องสะอาดและถูกต้องตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของทรงผม โดยกำหนดให้ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 3 สามารถไว้ผมด้านข้างในลักษณะรองทรงสูง ด้านบนพองามไม่เกิน 5 เซนติเมตร และสำหรับชั้นปีที่ 4 และชั้นปี่ที่ 5 สามารถไว้ผมรองทรงต่ำได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องยึดถือระเบียบการปฏิบัติของแต่ละสถานศึกษาไว้ด้วย นอกจากนั้นยังมีการอนุโลมให้ปรับการใช้หัวเข็มขัดเป็นแบบสี่เหลี่ยมรมดำ การขัดรองเท้าแบบการใช้แปรง เพื่อเป็นการลดเวลาในการเตรียมการของนักศึกษาวิชาทหารให้น้อยลง จะได้มีเวลาไปใช้ในการศึกษาในวิชาสามัญได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับในปีนี้นับว่าเป็นความโชคดีของพวกเรา ที่ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงได้เล็งเห็นแล้วว่า นักศึกษาวิชาทหารที่จะเติบโตเป็นกำลังหลักของประเทศชาติในอนาคต จะได้ช่วยกันสร้างความเจริญ ความสงบสุข ให้เกิดกับประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมมั่นใจว่าศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 จะดูแลอบรมให้ความรู้ทางวิชาการทหารเพื่อพัฒนา ปลูกฝังให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนายเป็นผู้มีระเบียบวินัย มีจริยธรรมและคุณธรรมที่ดีงาม มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และเป็นกำลังสำรองที่มีประสิทธิภาพของกองทัพในอนาคตต่อไป”

ทั้งนี้ นศท. เดชาวัต เรืองสังข์ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ได้แสดงทรรศนะภายหลังจากการให้โอวาทดังกล่าวว่า “ผมเห็นด้วยครับกับการปรับหลักสูตรการฝึกนักศึกษาวิชาทหารใหม่ ที่มีผลใช้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นี้เลย แล้วยังปรับลดการฝึกปฏิบัติในวิชาที่เห็นว่าไม่จำเป็นออกด้วย ทั้งยังสามารถให้ไว้ผมยาวได้โดยไม่ต้องเกรียนเหมือนทรงทหารอย่างทุก ๆ ปีที่ผ่านมาด้วย ซึ่งโดนใจวัยรุ่นเลยครับ ในส่วนของการเรียนนักศึกษาทหารนั้นก็มีข้อดีอยู่หลายอย่าง สำหรับตัวผมเองนั้นก็มีระเบียบวินัยในตนเองมากขึ้น มีบุคลิกที่ดี มีจิตอาสาด้วยความเสียสละ ด้วยความสมัครใจด้วยความเป็นลูกผู้ชาย ผมภูมิใจที่ได้มาเรียนนักศึกษาวิชาทหารครับ” นอกจากนี้ พลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ยังได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักศึกษาวิชาทหารที่ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2562 เพื่อจะให้นักศึกษาวิชาทหารรู้จักเสียสละ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมและถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีนักศึกษาวิชาทหารเข้าร่วมบริจาคประมาณ 300 นาย