บทความ » หญิงใดเล่าเท่าแม่ฉัน

หญิงใดเล่าเท่าแม่ฉัน

25 สิงหาคม 2019
575   0

เรื่องโดย ด.ญ.กมลลักษณ์ รัตนสินพรศิริชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทีมข่าวชายด์ไทยนิวส์ เครือข่ายโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

วันแม่ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของไทย  เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งในวันนี้จะเป็นวันที่ผู้เป็นลูก ได้ระลึกถึงพระคุณของแม่และตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด แม่ผู้เลี้ยงดู หรือแม่ของแผ่นดิน

                แม่แต่ละคนก็จะมีวิธีการเลี้ยงดูลูกที่แตกต่างกัน โดยแม่ของดิฉัน คือ นางสาวจุฬาลักษณ์ รัตนสินพรศิริ ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่ได้อยู่กับพ่อผู้ให้กำเนิด แต่แม่ก็ให้ความรัก ความอบอุ่นแก่ดิฉันเป็นเหมือนทั้งพ่อ และแม่ในคน ๆ  เดียวกัน เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างคนอื่นเขาได้

                โดยในตอนเด็กแม่มักจะมีเวลาให้ดิฉันเสมอ จึงสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้บ่อย ๆ ส่วนมากจะเป็นการร้องเพราะแม่ชอบร้องเพลงชอบฟังเพลง ไม่ว่าจะเพลงสากล หรือเพลงไทย เมื่อได้ฟังบ่อย ๆ ดิฉันจึงร้องตามได้ เมื่อแม่เปิดเพลงเราก็ร้องเพลงด้วยกัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดิฉันมีความสุขมาก แม่มักจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดจากความผิดพลาดของแม่ให้ดิฉันฟัง เพื่อเป็นคติสอนใจในการดำเนินชีวิตให้แก่ดิฉัน เช่น การเลือกคู่ครองชีวิต ซึ่งนำประสบการณ์ในชีวิตของแม่มาเล่าให้ดิฉันฟัง เพื่อเป็นข้อคิดในการเลือกคู่ในอนาคต การสอบใบอนุญาตผู้ประกาศข่าววิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง แม่ของดิฉันได้คะแนน 49 คะแนน โดยมีเกณฑ์ผ่านอยู่ที่ 50 คะแนน ซึ่งแม่ได้เล่าถึงการเตรียมตัวที่ดีควรทำอย่างไร หรือแม้แต่การไว้วางใจคน ซึ่งแม่ของดิฉันเคยทำบริษัทแต่เพราะการไว้ใจคนผิด จึงทำให้ถูกโกงจนไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้

                เมื่อโตขึ้นแม่ก็จะให้ดิฉันเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ให้ตัดสินใจในการทำสิ่งต่าง ๆ เอง และให้ดิฉันยอมรับกับผลที่ตามมา โดยท่านจะสนับสนุนทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ และเหมาะสม หากสิ่งใดที่ท่านและดิฉันมีความเห็นไม่ตรงกัน เรามักจะหาทางออกร่วมกันได้เสมอ ดิฉันจดจำคำที่แม่สอนเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้วยวิธีการเลี้ยงดูเช่นนี้ทำให้ดิฉันมีความสุขในการใช้ชีวิต ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา และพอใจกับผลที่เกิดขึ้นเสมอ ดิฉันจึงอยากขอบคุณแม่ ที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้แก่ดิฉัน เป็นผู้อบรมบ่มนิสัยให้ดิฉันเป็นคนที่ดีของสังคม และสามารถให้ผู้อื่นพึ่งพาได้                 ท้ายสุด ดิฉันอยากขอบพระคุณแม่ ที่ทำให้ดิฉันสามารถมีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ สามารถก้าวข้ามผ่านปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ถึงแม้ดิฉันจะดื้อไม่ฟังคำตักเตือนบ้างเป็นบางครั้ง แต่ท่านก็ยังรักและเอ็นดู โดยไม่คิดจะโกรธแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นผู้เป็นลูกควรมีความกตัญญูรู้พระคุณของผู้เป็นแม่ เพราะไม่ว่าเราจะเป็นเด็กอย่างไร ผู้เป็นแม่ก็จะรัก สั่งสอนอบรมบ่มนิสัยให้เราเป็นคนดี สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข รักแม่ที่สุดในโลกค่ะ