แนะนำ » ภราดา ดร.สุรกิจ ศรีสราญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย บริหาร รร.ในปีที่ 88 ด้วยการสานต่อและเติมเต็ม

ภราดา ดร.สุรกิจ ศรีสราญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย บริหาร รร.ในปีที่ 88 ด้วยการสานต่อและเติมเต็ม

30 กันยายน 2019
2141   0

เรื่องโดย… ทีมข่าวชายด์ไทยนิวส์ เครือข่ายโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

นางสาวธัญรดา บัวศรี  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ นายธีรุตม์ สดายุรัช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

 “สานต่อและเติมเต็ม” ด้วยความผูกพันกับมงฟอร์ต ด้วยความมุ่งมั่นด้านการศึกษาอย่างเต็มเปี่ยมของภราดา ดร.สุรกิจ  ศรีสราญกุลวงศ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย หรือที่ครู นักเรียน เรียกกันว่า “บราเดอร์” (นักบวชในคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย) เมื่อได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายจากมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ลำดับที่ 20 ต่อจาก ภราดา ดร.ศักดา สกนธวัฒน์  จึงประสงค์ที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะนักบวชอย่างเต็มที่ ด้วยการสานต่อและเติมเต็มนักเรียนให้เป็นบุคคลที่ “อิ่มเอิบ อบอุ่น อารี มีคุณธรรม คุณภาพสากล” ตามเป้าหมายโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย 

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เป็นโรงเรียนภายใต้การดูแลของคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ผู้ยึดมั่นในคติธรรมและความเด็ดเดี่ยวมานะของนักบุญมงฟอร์ต จึงได้ยึดถือปรัชญาตามแนวชีวิตของท่าน 2 ประการ คือ

  1. จุดหมายของชีวิตคือการรู้จักสัจธรรม และการเข้าถึงธรรมซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิต
  2. LABOR OMNIA VINCIT วิริยะ อุตสาหะ ชนะทุกสิ่ง และนำมาซึ่งความสำเร็จ

เพื่อให้การศึกษาในระบบแก่ทุกคนตามเจตนารมณ์ของนักบุญหลุยส์มงฟอร์ต ซึ่งมุ่งให้มนุษย์เข้าถึงสัจธรรมโดยผ่านกระบวนการทางการศึกษา  และเพื่อเป็นสถาบันหนึ่งซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว ชุมชน องค์กร รัฐ สิ่งแวดล้อม และแหล่งภูมิปัญญาต่าง ๆ โดยจัดกระบวนการให้มนุษย์ได้ค้นพบและพัฒนาขุมทรัพย์ในตน ตระหนักในศักดิ์ศรี มีอิสรภาพ และธรรมสิทธิ เพื่อเป็นพลโลกที่จะสร้างโลกสากลให้มีสันติภาพ เสรีภาพ และความยุติธรรม  จากวัตถุประสงค์ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย  ภราดา ดร.สุรกิจ  ศรีสราญกุลวงศ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จึงสานต่อและเติมเต็มการดำเนินงานของโรงเรียนที่มีมายาวนานสู่ปีที่ 88 แห่งการก่อตั้ง

จากต้นทุน จากมรดก จากคุณค่านานัปการ แค่สานต่อสิ่งดี ๆ ให้ต่อไปอีก และเติมเต็มในส่วนที่ยังพร่องให้เต็ม เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ (Vision) โรงเรียนแห่งคุณภาพและมาตรฐานสากลตามวิถีมงฟอร์ต คือสิ่งที่บราเดอร์ให้สัมภาษณ์กับ Child’s Thainews เราไปทำความรู้จัก ภราดา ดร.สุรกิจ  ศรีสราญกุลวงศ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย กันค่ะ

ประวัติ

ㆍ เกิดวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2502

ㆍ ปฏิญาณตนเป็นนักบวชครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2524

ㆍ ปฏิญาณตนตลอดชีวิต เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2531

ㆍ นามนักบุญประจำตัว นักบุญยอแซฟ (ซึ่งจะฉลองนามนักบุญตรงกับวันที่ 19 มีนาคม ของทุกปี)

การทำงาน

ㆍ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พ.ศ. 2521 – 2524

ㆍ ครูผู้สอนจริยรธรม โรงเรียนเซนต์คาเบรียล พ.ศ. 2524 – 2525

ㆍ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง พ.ศ. 2525 – 2527

ㆍ อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม พ.ศ. 2527 – 2530

ㆍ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญ พ.ศ. 2531 – 2533

ㆍ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พ.ศ. 2533 – 2534

ㆍ อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล พ.ศ. 2534 – 2543

ㆍ ผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ พ.ศ. 2543 – 2544

ㆍ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ พ.ศ. 2548 – 2551

ㆍ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พ.ศ. 2548 – 2551

ㆍ ผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง พ.ศ. 2551 – 2556

ㆍ ผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง พ.ศ. 2556 – 2562

ㆍ ผู้อำนวยการ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน

การศึกษา

ㆍปริญญาตรี ศษ.บ. (ภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2530

ㆍปริญญาโท ศศ.ม. (จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2537

ㆍ ประกาศนียบัณฑิต มหาวิทยาลัยคาทอลิก ลูเวิน ประเทศเบลเยียม พ.ศ. 2540

ㆍ ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางการศึกษา มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2549

            Child’s Thai News ได้รับเกียรติสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ลำดับที่ 20 ผู้นำการศึกษามงฟอร์ตคนปัจจุบัน โดยบราเดอร์ได้พูดคุยอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง ด้วยการดำเนินงานของโรงเรียนที่มีมาอย่างยาวนาน 88 ปี ถึงเรื่องราวดังนี้ค่ะ

• บราเดอร์มีความรู้สึกอย่างไรที่ได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และได้กลับมาโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยอีกครั้ง

            ดีใจ เพราะมงฟอร์ตเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ใคร ๆ มาอยู่ที่นี่ก็ดีใจ สำหรับบราเดอร์เองแล้วมีความผูกพันกับมงฟอร์ต เพราะบราเดอร์เคยทำงานที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม เมื่อปี                  พ.ศ. 2527 – 2530 แล้วก็เรียนจบปริญญาตรี ศษ.บ. (ภาษาอังกฤษ) ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2530 ก่อนที่บราเดอร์จะย้ายกลับเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้กลับมาทำงานที่มงฟอร์ต บราเดอร์อยากจะใช้ชีวิตในรั้วของโรงเรียนให้คุ้มค่า ใช้ชีวิตในมงฟอร์ตร่วมกับพวกเราอย่างเต็มที่

คติในการทำงานของบราเดอร์

            เนื่องจากบราเดอร์เป็นนักบวช  และคติธรรมของนักบุญหลุยส์ มารีย์ กรีญอง เดอ มงฟอร์ต ผู้สถาปนาคณะภราดาเซนต์คาเบรียล คือ God Alone หมายถึง ทำทุกอย่างเพื่อพระเจ้าเท่านั้น คติของคณะภราดา และของบราเดอร์เองจึงยึดท่านนักบุญหลุยส์เป็นแบบอย่าง ท่านนักบุญหลุยส์เป็นฮีโร่มาก บราเดอร์เองก็พยายามทำตามแบบอย่างท่าน  ที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในฐานะนักบวชอย่างเต็มที่ เด็ก ๆ รู้ไหมว่าบราเดอร์ทุกท่านมีศีลเป็นหลักในการดำเนินชีวิตที่สำคัญที่สุดอยู่ 3 ประการ ข้อแรกคือ ถือความยากจน (Poverty) คือ ไม่เป็นเจ้าของในทรัพย์สิน มีความประหยัดและมีความอดทนต่อความเป็นอยู่  ข้อสอง ถือศีลพรหมจรรย์ (Chastity) คือ รักษาความบริสุทธิ์ ไม่มีครอบครัว  และข้อสาม ถือความนบนอบ (Obedience) คือเชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งถือเสมือนเป็นผู้แทนของพระเป็นเจ้า เป็นการมอบกายถวายชีวิตต่อพระเป็นเจ้า ไม่ย่อท้อต่อภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย สละตัวเองทำงานเพื่อมวลมนุษย์และพระเป็นเจ้า

อย่างนักบวชที่โรงเรียนมงฟอร์ตของเราเองตอนนี้ก็มีบราเดอร์อยู่ 4 ท่านด้วยกัน โดยมาอยู่รวมกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน ทานข้าวด้วยกัน แบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน ปรึกษาหารือกัน เวลากลับบ้านก็ใช้ชีวิตและสวดภาวนาด้วยกัน ทำกิจเกี่ยวกับนักบวชต่าง ๆ ด้วยกัน มีรุ่นน้อง รุ่นกลาง รุ่นอาวุโส ที่ช่วยดูแลโรงเรียนทั้งสองแห่ง ทั้งที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม   โดยมีบราเดอร์เศก ดร.เศกสรร สกนธวัฒน์  เป็นผู้อำนวยการ  และบราเดอร์รุจน์ พลากร เพียรพันธ์ เป็นรองผู้อำนวยการ ส่วนบราเดอร์เองก็เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และมีบราเดอร์เบนซ์ ชาญณรงค์ บุญพราหมณ์ เป็นที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ที่ปรึกษาฝ่ายกิจการนักเรียน และที่ปรึกษางานอภิบาลด้วย สำหรับบราเดอร์เองก็อายุ 60 ปีแล้ว ก็ถือว่าเป็นรุ่นอาวุโสทางคณะฯ จึงแต่งตั้งให้เป็นอธิการบ้านด้วย (บ้านที่พักอาศัยอยู่ร่วมกัน 4 ท่าน)

• บราเดอร์มีแนวคิด หรือนโยบายที่พิเศษที่จะพัฒนาการศึกษาในด้านวิชาการ ด้านกิจกรรม ด้าน

ดนตรี ด้านกีฬา และด้านคุณธรรมจริยธรรมอย่างไร และทัศนคติของบราเดอร์ นักเรียนมงฟอร์ตต้องเป็นอย่างไร

พูดตรง ๆ เลยว่าบราเดอร์ย้ายมาทำงานที่มงฟอร์ตเพียงไม่กี่เดือน ถ้านโยบายมาจากบราเดอร์คนเดียวนโยบายจะแคบ ถ้าบราเดอร์ปรึกษาหารือกับศิษย์เก่ามงฟอร์ตที่เป็นนักวิชาการ นักบริหาร นักการศึกษา นโยบายนี้ก็จะยั่งยืน และมีความสมบูรณ์กว่ามุมมองของบราเดอร์เพียงคนเดียว นโยบายของบราเดอร์อย่างที่บอกครู บุคลากรทุกคน ก็คือ “สานต่อและเติมเต็ม” โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยดำเนินการศึกษามาถึงปีที่ 88 บราเดอร์ถือว่ามีสิ่งดี ๆ เยอะมาก จากต้นทุน จากมรดก จากคุณค่านานัปการเหล่านี้ บราเดอร์เองไม่จำเป็นต้องกำหนดนโยบายขึ้นมาใหม่ แค่สานต่อสิ่งดี ๆ เหล่านี้ให้ต่อไปอีกแล้วเติมเต็ม มงฟอร์ตเป็นโรงเรียนที่มีความโดดเด่นในด้านวิชาการ ด้านดนตรี ด้านกีฬาอยู่แล้ว จากรางวัลต่าง ๆ ที่มีเยอะมาก  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะพัฒนาต่อยอดกันอย่างไร ถือว่าเป็นโจทย์ที่บราเดอร์เองคงไม่ตอบคนเดียว ต้องช่วยกันตอบหลาย ๆ คน ซึ่งนอกเหนือจากวิชาการแล้วเรื่องอื่นก็สำคัญมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยบราเดอร์จะให้ความสำคัญมากในเรื่องการพัฒนาคุณภาพคนทุกมิติอย่างสมดุล คนที่พัฒนาสมองซีกซ้าย จะเป็นเรื่องของวิชาการ ซีกขวาจะเป็นเรื่องของสุนทรียศาสตร์ แต่ในความเป็นจริงชีวิตคนเราจะเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตอย่างมีคุณค่าได้ ต้องมีความสมดุลในมิติต่าง ๆ ของความเป็นบุคคล ทางการศึกษาจะบอกว่าร่างกายสมบูรณ์มีจิตใจ “อิ่มเอิบ อบอุ่น อารี มีคุณธรรม คุณภาพสากล” อย่างที่ปรัชญาของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยบอกไว้ แล้วจะให้เกิดความสมดุลในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร? ซึ่งทุกวันนี้นักเรียนดูเหมือนจะหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง ก็เหมือนกับคนที่เดินเอียง คนที่เดินแล้วสมดุลชีวิตจะดีกว่าไหม? เช่น คนที่เรียนเก่งมาก ๆ แต่เวลาทำงานหรือคุยกับคนอื่นจะไม่รู้เรื่อง ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ต้องทะเลาะกับคนอื่น กับอีกคนที่เรียนไม่เก่งมาก เรียนปานกลาง แต่มีความสมดุล ทำกิจกรรมทุกอย่าง ฟังดนตรีก็เพราะ เล่นกีฬาก็เป็น ดูกีฬาก็สนุก ดูศิลปะก็สวย ชีวิตมีความสุขมากกว่า ที่สำคัญคือเขาสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างดีและมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การใช้ชีวิตในสังคมร่วมกัน บราเดอร์อยากเห็นคนแบบนี้มากกว่าคนที่เรียนเก่งมาก แต่ไม่ค่อยทำกิจกรรมอย่างอื่น หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นไม่ได้เลย

• ทัศนคติของบราดอร์ครูมงฟอร์ตต้องเป็นอย่างไร

            ครูเป็นอย่างไรเด็กก็เป็นอย่างนั้น เพราะครูคือแม่พิมพ์ ถ้าแม่พิมพ์ดี พิมพ์ออกมาก็จะดี เช่นเดียวกัน แม่ปูเดินอย่างไร ลูกก็จะเดินตามแบบนั้น  อยากจะเห็นครูของเราเป็นคนที่มีความเป็นเลิศที่สมดุลเหมือนกับที่บราเดอร์อยากจะเห็นนักเรียนของเรามีความเป็นเลิศที่สมดุล ไม่ใช่เก่งด้านเดียว ต้องมีความสมดุลในด้านอื่น ๆ ด้วย

• ในปีการศึกษา 2562 นี้เป็นปีที่ 88 ของการก่อตั้งโรงเรียน บราเดอร์มีแนวคิด และแผนการเตรียม

งานฉลองในโอกาสครบรอบ 90 ปี อย่างไร      

ผู้อำนวยการท่านเดิมบอกกับบราเดอร์ว่า ปีนี้มงฟอร์ตครบรอบ 88 ปี แห่งการก่อตั้ง ซึ่งควรจะเฉลิมฉลองเพราะเลข 88 เป็นเลขสวย เป็นเลขมงคลด้วย ดังนั้นบราเดอร์เห็นควรว่าปีการศึกษา 2562 นี้เป็นต้นไป  มงฟอร์ตจะเริ่มต้นเตรียมการฉลอง โดยได้วางแผนจัดงานฉลองในปีที่ 90 ร่วมกับโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย และโรงเรียนพระหฤทัย  เพราะโรงเรียนที่กล่าวถึงนี้มีประวัติความเป็นมาร่วมกัน และสำหรับปีที่ 88 ถือเป็นฤกษ์ดีที่จะมองมงฟอร์ตย้อนกลับไปใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน อนาคตของประเทศไทยและของโลก ประเด็นแรกเลยก็คือ 88 ปีที่ผ่านมาโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยมีอะไรดี ถึงสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำทางการศึกษาของเชียงใหม่ ประเทศไทย และภูมิภาคซึ่งถ้าเรามองเองก็เหมือนมุมมองแค่ปลาที่อยู่ในตู้ปลา หากคนอื่นที่มองมาจากนอกตู้ปลาอาจจะมองไม่เหมือนเรา บราเดอร์จึงเชิญศิษย์เก่ามงฟอร์ตที่เป็นนักวิชาการ นักบริหาร นักการศึกษา มาร่วมเสวนา “วิถีมงฟอร์ตจากบรรพชนสู่ความก้าวหน้าในอนาคตอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา และถือโอกาสเดียวกันนี้ฉลองวันสถาปนาโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ครบรอบ 88 ปี พิธีบูชาขอบพระคุณโอกาสฉลองนักบุญหลุยส์ มารีย์ กรีญอง เดอ มงฟอร์ต พิธีแสดงมุทิตาจิตแด่ ภราดา โยเซฟ อังเดร เกแก็ง โอกาสครบรอบ 1 ปี มรณกรรม อีกประเด็นหนึ่งที่บราเดอร์มองย้อนอดีตกลับไปก็คือ ความดีต่าง ๆ ที่มากมายเหล่านี้ เราต้องยอมรับว่ามีคนสร้าง มีผู้บุกเบิก ผู้ริเริ่ม เริ่มจากศูนย์ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย แล้วมีการพัฒนาที่ต่อยอดมาเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่นจนครบ 88 ปี จึงถือโอกาสนี้เพื่อร่วมระลึกถึงคุณความดี ความเสียสละอุทิศตนของบุคคลเหล่านี้ที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการศึกษามงฟอร์ตให้ก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบราเดอร์อังเดร เป็นตัวอย่างบรรพชนคนสร้างมงฟอร์ตที่อุทิศตนเสียสละ สร้างและพัฒนามงฟอร์ตขึ้นมา เพราะบราเดอร์อังเดรอุทิศตนทำงานที่โรงเรียนมงฟอร์ตมา 50 กว่าปี ซึ่งท่านต้องจากครอบครัว จากบ้านเกิดเมืองนอนประเทศฝรั่งเศส เดินทางรอนแรมด้วยเรือกับระยะทางที่ไกลมาก ๆ ฝ่าคลื่นลมทะเล ฝ่าความยากลำบาก เป็นระยะเวลาหลายเดือนกว่าจะมาถึงประเทศไทย      จากคำบอกเล่าถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของมิชชั่นนารีที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยยุคแรก ๆ เพราะฉะนั้นบราเดอร์จึงพยายามที่จะมองย้อนอดีตในความเป็นมงฟอร์ต ให้เห็นความเป็นตัวตนของมงฟอร์ตออกมาให้โดดเด่น และประเมิน ทบทวน ไตร่ตรองตนเองว่าตอนนี้มงฟอร์ตอยู่ในจุดไหน และให้ผู้อื่นสะท้อนมองมงฟอร์ตด้วย โดยการรวบรวมข้อมูลมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วิเคราะห์ เพื่อวางกลยุทธ์ใหม่ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ในการก้าวเข้าสู่อนาคตที่ท้าทาย

ก่อนจบการสัมภาษณ์พูดคุย บราเดอร์ทิ้งท้ายให้ Child’s Thainews  หัวใจพองโตว่า “บราเดอร์ดีใจที่ได้เจอ ได้มาพูดคุยกับ Child’s Thainews ขอบคุณมากที่ให้ความสำคัญในการให้เกียรติมาคุยกับบราเดอร์ Child’s Thainews เป็นโครงการที่ดีช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะในเรื่องต่าง ๆ  หรือแม้กระทั่งช่วยทำให้เราได้นำสิ่งที่เรียนมาใช้ประโยชน์ได้จริง”

ด้วยการมุ่งหน้าสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ บราเดอร์เน้นย้ำถึงนโยบายสานต่อและเติมเต็มโรงเรียนแห่งคุณภาพมาตรฐานสากลตามวิถีมงฟอร์ต โดยที่ครูและนักเรียนมงฟอร์ตที่ดีต้องมีความเป็นเลิศที่สมดุล ไม่ใช่เก่งด้านเดียว มีความลงตัวที่สมดุลในด้านอื่น ๆ ด้วย เพื่อจะสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข รวมทั้งตัวเราเองก็มีความสุขด้วยเช่นกัน